BON LIBRARY
Back
เปิดแฟรนไชส์ร้านกาแฟ vs เปิดเอง แบบไหนดีกว่า ต้องเตรียมอุปกรณ์เปิดร้านกาแฟ อย่างไร?
เปิดแฟรนไชส์ร้านกาแฟ vs เปิดเอง แบบไหนดีกว่า

นอกจากอุปกรณ์เปิดร้านกาแฟแล้ว? การเปิดร้านกาแฟมีอะไรที่ควรพิจารณา?

ธุรกิจร้านกาแฟยังคงเป็นหนึ่งในฝันยอดฮิตของใครหลายคน แต่ก่อนที่กลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟคั่วจะอบอวล ด่านแรกที่คนอยากมีร้านต้องเจอ ก็คือการตัดสินใจครั้งใหญ่ว่าจะ “จะซื้อแฟรนไชส์เพื่อช่วยลดระยะเวลาในการทำธุรกิจ หรือจะเริ่มต้นจากศูนย์เพื่อสร้างแบรนด์ตัวเองดี?” เพราะทั้งสองทางเลือกมีจุดเด่นและความท้าทายที่แตกต่างกัน รวมถึงเรื่องงบประมาณ การบริหารจัดการและการเลือกใช้อุปกรณ์เปิดร้านกาแฟให้เหมาะกับรูปแบบธุรกิจ บทความนี้จะช่วยวิเคราะห์ข้อดี ข้อเสีย และแนวทางเตรียมตัวสำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจเริ่มต้นธุรกิจร้านกาแฟอย่างละเอียด เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเปิดร้านกาแฟระบบแฟรนไชส์ (Franchise)

การเปิดแฟรนไชส์ คือการซื้อสิทธิ์ในการใช้แบรนด์ สูตร เครื่องดื่ม ระบบบริหารและรูปแบบร้านจากเจ้าของแบรนด์ที่มีอยู่แล้ว ทำให้ผู้ลงทุนสามารถเริ่มธุรกิจได้รวดเร็วโดยมีระบบรองรับ

ข้อดี:

  • มีแบรนด์เป็นที่รู้จักอยู่แล้ว : จึงมีฐานลูกค้าที่พร้อมจะเข้ามาซื้อและใช้บริการร้านกาแฟของคุณ โดยไม่ต้องเสียเวลาและงบประมาณมหาศาลในการทำการตลาดช่วงเริ่มต้นของการเปิดร้าน
  • จัดหาอุปกรณ์เปิดร้านกาแฟได้สะดวก : แพ็กเกจแฟรนไชส์ส่วนใหญ่จะรวมชุดอุปกรณ์มาตรฐานมาให้ครบถ้วน ตั้งแต่เครื่องชง เครื่องบด ไปจนถึงแก้วและเคาน์เตอร์ ทำให้คุณไม่ต้องปวดหัวกับการเปรียบเทียบสเปกเครื่องเอง
  • ระบบการจัดการที่ลงตัวและพร้อมใช้งานทันที : แฟรนไชส์ซอร์ (เจ้าของสิทธิ์) จะมีคู่มือการดำเนินงาน (SOP) ระบบคิดเงิน (POS) และการฝึกอบรมพนักงานให้เสร็จสรรพ ลดโอกาสลองผิดลองถูก ทำให้ผู้เริ่มต้นที่ไม่มีประสบการณ์สามารถเรียนรู้ได้เร็ว
  • ควบคุมคุณภาพง่าย : วัตถุดิบหลัก เช่น เมล็ดกาแฟ ผงเครื่องดื่ม ซอสต่างๆ จะถูกส่งตรงจากส่วนกลาง ทำให้รสชาตินิ่งและได้มาตรฐาน
  • วางแผนต้นทุนได้ง่าย : ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ถูกกำหนดไว้ชัดเจน ทั้งค่าแฟรนไชส์ ค่าวัตถุดิบ และชุด อุปกรณ์เปิดร้านกาแฟ ที่จำเป็น จึงคาดการณ์งบประมาณได้ง่ายกว่า

ข้อเสีย:

  • ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นและต่อเนื่องสูง : นอกจากค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์แรกรุ่นที่ค่อนข้างสูงแล้ว บางแบรนด์ยังมีการเก็บส่วนแบ่งจากยอดขายรายเดือน และค่าการตลาดส่วนกลางอีกด้วย
  • ขาดอิสระในการบริหาร : คุณไม่สามารถปรับเปลี่ยนสูตร, เมนู, ราคาขาย, การเลือกใช้อุปกรณ์เปิดร้านกาแฟบางประเภท หรือแม้แต่การตกแต่งร้านตามใจชอบได้ เพราะทุกอย่างต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญาอย่างเคร่งครัด
  • ความเสี่ยงร่วมจากแบรนด์แม่ : หากแบรนด์หลักเกิดวิกฤตศรัทธาหรือมีข่าวลือเชิงลบ ร้านของคุณก็อาจจะได้รับผลกระทบตามไปด้วย แม้ว่าคุณจะบริหารร้านของคุณได้ดีแค่ไหนก็ตาม
  • การแข่งขันกับสาขาอื่นในแบรนด์เดียวกัน : หากพื้นที่ใกล้กันมีหลายสาขา อาจเกิดการแย่งฐานลูกค้ากันเอง


ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเปิดร้านกาแฟเอง (Own Brand)

การเปิดร้านกาแฟโดยการสร้างแบรนด์ตัวเอง คือการเริ่มต้นจากศูนย์เพื่อสร้างเอกลักษณ์และจิตวิญญาณของร้านกาแฟในฝันของคุณขึ้นมา ตั้งแต่ระบบทั้งหมดขึ้นมาใหม่ ตั้งแต่คอนเซ็ปต์ร้าน เมนู การตกแต่ง ไปจนถึงการเลือกอุปกรณ์เปิดร้านกาแฟด้วยตัวเองทั้งหมด

ข้อดี:

  • อิสระสร้างสรรค์ 100% : คุณคือดีไซเนอร์ของร้านตัวเอง ตั้งแต่สไตล์การตกแต่งร้านได้ แนวคิด คอนเซปต์ เมนูซิกเนเจอร์ ราคาขาย ไปจนถึงการเลือกเมล็ดกาแฟที่อยากนำเสนอ เหมาะกับคนที่ต้องการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว
  • กำไรเต็มเม็ดเต็มหน่วย : ไม่ต้องแบ่งเปอร์เซ็นต์ยอดขายให้ใคร รายได้ทั้งหมดหลังจากหักต้นทุนแล้วคือผลกำไรของคุณโดยตรง ไม่มีค่า Royalty Fee ทำให้หากบริหารดี อัตรากำไรสุทธิอาจสูงกว่าในระยะยาว
  • เลือกงบประมาณได้เอง : คุณสามารถบริหารงบการจัดซื้ออุปกรณ์เปิดร้านกาแฟได้ตามกระเป๋าเงินที่มี เช่น อาจจะเลือกเครื่องชงกาแฟมือสองคุณภาพดีในขนาดย่อมเยาก่อน แล้วค่อยอัพเกรดเมื่อร้านเติบโตขึ้น
  • มีความยืดหยุ่นสูง : สามารถปรับกลยุทธ์ ราคาหรือจัดโปรโมชั่นต้อนรับกระแสการตลาดได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องรอการอนุมัติจากใคร

ข้อเสีย:

  • ต้องนับหนึ่งใหม่กับการตลาด : ในช่วงแรกจะไม่มีใครรู้จักร้านของคุณเลย คุณต้องทุ่มเทแรงกายและงบประมาณในการสร้างแบรนด์ ทำคอนเทนต์ และดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาทดลอง
  • ความเสี่ยงสูงเพราะไม่มีประสบการณ์ : หากวางแผนผิดพลาด ไม่มีระบบการจัดการร้านและบริหารต้นทุนที่ดี การควบคุมสต็อกวัตถุดิบ การเทรนบาริสต้าและการคำนวณต้นทุนแฝง อาจทำให้งบบานปลายและขาดทุนได้ง่าย โดยเฉพาะเรื่องทำเลและการลงทุนในอุปกรณ์เปิดร้านกาแฟที่เกินความจำเป็น
  • ปวดหัวกับการจัดซื้อจัดจ้าง : คุณต้องวิ่งหาซัพพลายเออร์เอง ตั้งแต่การเลือกโรงคั่วกาแฟ ไปจนถึงการเปรียบเทียบสเปกและราคาของอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องชง เครื่องบด เครื่องปั่น และระบบกรองน้ำ ซึ่งต้องใช้เวลาและเสี่ยงต่อการเลือกซื้ออุปกรณ์ที่ไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริง

ควรเตรียมอุปกรณ์เปิดร้านกาแฟอย่างไร? (เจาะลึกตามโมเดลธุรกิจ)

ไม่ว่าคุณจะเลือกเส้นทางไหน การเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ในร้านกาแฟ คือหัวใจสำคัญที่จะขับเคลื่อนให้ร้านดำเนินไปได้ แต่รูปร่างหน้าตาของการเตรียมตัวในแต่ละโมเดลจะมีความแตกต่างกัน ดังนี้

กรณีที่ 1: เลือกเปิดระบบแฟรนไชส์

การเตรียมอุปกรณ์ในโมเดลนี้จะง่ายและเบาแรงที่สุด เพราะส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบของ Turn-key Package (แพ็กเกจพร้อมเปิดร้าน)

  • สิ่งที่คุณต้องทำ : ศึกษาเงื่อนไขในสัญญาให้ละเอียดว่า เงินก้อนที่จ่ายไปนั้นครอบคลุมอุปกรณ์เปิดร้านกาแฟชิ้นไหนบ้าง เช่น เครื่องชงกี่หัวกรุ๊ป, เครื่องบดรุ่นไหน, เครื่องปั่นวัตต์เท่าไหร่ มีการรับประกันและบริการหลังการขายอย่างไร
  • สิ่งที่คุณต้องเตรียมเพิ่ม : โดยทั่วไปสิ่งที่คุณต้องจัดหาเองมักจะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การเดินระบบน้ำดี-น้ำทิ้ง ระบบไฟฟ้าที่รองรับกำลังไฟของเครื่องชงกาแฟขนาดใหญ่ และตู้เย็นหรือตู้แช่แข็งเพิ่มเติมที่นอกเหนือจากแพ็กเกจหลัก

กรณีที่ 2: เลือกเปิดร้านเป็นแบรนด์ตัวเอง

การเตรียมอุปกรณ์เปิดร้านกาแฟในโมเดลนี้คุณต้องสวมหมวกเป็นผู้จัดซื้อและนักวิเคราะห์ เพื่อเลือกสิ่งที่ดีและคุ้มค่าที่สุดให้กับร้าน โดยสามารถแบ่งหมวดหมู่การเตรียมตัวได้ดังนี้

  • หมวดบาร์กาแฟ (หัวใจของร้าน) : ต้องเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟ (Espresso Machine) และเครื่องบดเมล็ดกาแฟ (Grinder) ให้สัมพันธ์กับทำเลและประมาณการยอดขายต่อวัน เช่น หากตั้งเป้าขายวันละ 100-150 แก้ว ควรเลือกเครื่องชงขนาด 2 หัวกรุ๊ปที่มีหม้อต้มขนาดใหญ่ เพื่อให้แรงดันไอน้ำนิ่งสม่ำเสมอ
  • หมวดสนับสนุนหลังบ้าน : เครื่องปั่นน้ำผลไม้/สมูทตี้แรงม้าสูง (สำหรับเมนูปั่นที่ไม่เป็นก้อนขัดใบมีด), เครื่องทำน้ำแข็ง (เพื่อควบคุมความสะอาดต้นทุนระยะยาว), และระบบกรองน้ำคุณภาพสูง เพราะน้ำคือ 98% ของกาแฟ ถ้าน้ำมีกลิ่นคลอรีนหรือแร่ธาตุมากเกินไปจะทำให้รสชาติกาแฟเพี้ยนและเกิดตะกรันในเครื่องชง
  • หมวดอุปกรณ์ประกอบ : เครื่องชั่งดิจิตอลจับเวลา, พิชเชอร์สตรีมนม, แทมเปอร์, แก้วตวงและกล่องเคาะกากกาแฟ ซึ่งเป็นอุปกรณ์เปิดร้านกาแฟชิ้นเล็กๆ ที่ขาดไม่ได้ในการควบคุมมาตรฐานรสชาติ

แล้วควรเลือกเปิดร้านกาแฟแบบไหนดี?

ไม่มีคำตอบที่ตายตัวว่าแบบไหนดีกว่ากัน มีเพียงแบบไหนที่เหมาะกับคุณมากกว่าเท่านั้น เช่น 

  • เลือกเปิดแฟรนไชส์ ดีกว่าถ้า... คุณเป็นมือใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ในธุรกิจร้านกาแฟมาก่อน มีเงินทุนก้อนหนึ่งที่นิ่งพอและต้องการความชัวร์ในแง่ของระบบการจัดการ ไม่อยากปวดหัวกับการลองผิดลองถูกเรื่องสูตรเครื่องดื่มและการวิ่งหาอุปกรณ์เปิดร้านกาแฟเอง แลกกับการยอมรับข้อจำกัดเรื่องอิสระในการตกแต่งและการปรับราคาสินค้า
  • เลือกเปิดร้านเอง ดีกว่าถ้า… คุณเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์ มีความหลงใหลในศาสตร์ของกาแฟอย่างแท้จริง อยากมีร้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น คาเฟ่สไตล์มินิมอล, Specialty Coffee และพร้อมที่จะลุยทำการตลาด นั่งศึกษาเปรียบเทียบฟังก์ชั่นของอุปกรณ์ต่างๆ ด้วยตัวเอง เพื่อสร้างสรรค์แก้วที่ดีที่สุดในแบบฉบับของคุณ

การเลือกเปิดแฟรนไชส์ร้านกาแฟหรือเปิดร้านเอง ไม่มีคำตอบตายตัวว่าแบบไหนดีที่สุด เพราะขึ้นอยู่กับเป้าหมาย ประสบการณ์และงบประมาณของแต่ละคน และไม่ว่าจะเลือกแนวทางไหน การเตรียมความพร้อมด้านการตลาด การบริหารต้นทุนและการเลือกอุปกรณ์เปิดร้านกาแฟที่เหมาะสม คือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ร้านกาแฟสามารถเติบโตและแข่งขันในตลาดได้อย่างยั่งยืน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

หัวใจสำคัญคือเลือกอุปกรณ์ให้สัปยุทธ์กับประมาณการยอดขาย ไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องชงกาแฟตัวท็อปราคาหลักหลายแสนตั้งแต่เริ่มต้น หากคุณคาดการณ์ยอดขายไว้ที่วันละ 50–80 แก้ว เครื่องชงขนาด 1 หัวกรุ๊ปหรือ 2 หัวกรุ๊ปรุ่นเริ่มต้นก็เพียงพอแล้ว สิ่งสำคัญคือห้ามประหยัดกับเครื่องบดเมล็ดกาแฟและระบบกรองน้ำ เพราะสองสิ่งนี้ส่งผลต่อรสชาติกาแฟโดยตรง ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ เช่น เครื่องปั่น หรือตู้แช่ สามารถเลือกเกรดที่เหมาะสมกับงบประมาณปัจจุบัน แล้วค่อยอัปเกรดเมื่อร้านมีกำไร

โดยส่วนใหญ่แล้วจำเป็นต้องซื้อตามที่แบรนด์กำหนด เนื่องจากระบบแฟรนไชส์ต้องการควบคุมมาตรฐานคุณภาพ รสชาติเครื่องดื่มและความเร็วในการบริการให้เหมือนกันทุกสาขา อุปกรณ์หลัก เช่น เครื่องชง เครื่องบดและสูตรเครื่องปั่น จึงต้องเป็นรุ่นเดียวกันทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ในบางแบรนด์อาจอนุญาตให้คุณจัดหาอุปกรณ์เสริมบางประเภทเองได้ เช่น ตู้เย็น ตู้เค้กหรือเครื่องคิดเงิน (POS) ซึ่งต้องเป็นไปตามข้อตกลงและสเปกที่ระบุไว้ในสัญญาแฟรนไชส์

สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเปิดร้านกาแฟและมองหาพาร์ทเนอร์ด้านกาแฟครบวงจร บริษัท บอนกาแฟ (ประเทศไทย) จำกัด คือหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟและเครื่องดื่มที่อยู่ในวงการมากกว่า 30 ปี และมีสาขาทั่วประเทศไทยถึง 21 สาขา พร้อมบริการแบบ One Stop Coffee & Beverage Solutions ครอบคลุมทั้งเมล็ดกาแฟ เครื่องชงกาแฟ อุปกรณ์เปิดร้านกาแฟ คอร์สเรียนบาริสต้า รวมถึงบริการหลังการขายและทีมเทคนิคมืออาชีพ ช่วยให้ทั้งผู้เริ่มต้นและเจ้าของธุรกิจร้านกาแฟสามารถวางระบบร้านได้อย่างมีประสิทธิภาพและเติบโตได้อย่างยั่งยืน

บริษัท บอนกาแฟ (ประเทศไทย) จำกัด

ชั้น 21 อาคารเมืองไทย-ภัทร ตึก 2,
252/110-111, 107, 114
ถนนรัชดาภิเษก ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310

เปิดทำการ : วันจันทร์-เสาร์ เวลา 09.00 – 18.00 น.
หยุด : ทุกวันอาทิตย์และวันนักขัตฤกษ์
เขตพื้นที่การขาย กรุงเทพมหานคร

[email protected]
โทร : 0 2693 2570-6
Fax : 0 2693 2579

เครื่องทำกาแฟ Modbar Espresso Coffee Machine

MODBAR ESPRESSO AV

Less is More เรียบง่าย แต่ได้มากกว่า

Copyright © 2020 Boncafe (Thailand)
Close Menu
×

Cart

Subscription

ลงทะเบียนเพื่อรับนิตยสาร bitter/sweet รูปแบบ e-magazine

รับข่าวสารโปรโมชั่นและอัพเดทกิจกรรมพิเศษจาก บอนกาแฟ ก่อนใคร