BON LIBRARY
Back
10 อันดับเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติยอดนิยม: รีวิวจากประสบการณ์ใช้งานจริง 1 ปี
เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติยอดนิยม

หลักในการพิจารณาเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติให้คุ้มค่า

สำหรับผู้ที่หลงใหลในสุนทรียะของการได้ดื่มด่ำกาแฟแก้วโปรดในทุกๆ เช้าก่อนไปทำงาน ทำให้เครื่องทำกาแฟอัตโนมัติได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในบ้าน คอนโดและสำนักงาน เพราะสามารถบดเมล็ด ชงและสกัดกาแฟได้ในขั้นตอนเดียว ลดความยุ่งยากของการใช้เครื่องชงแบบดั้งเดิม จากประสบการณ์ใช้งานจริงกว่า 1 ปี พบว่าเครื่องแต่ละรุ่นมีความแตกต่างกันทั้งด้านคุณภาพการสกัด ความเร็ว ความเสถียรและการดูแลรักษา โดยเฉพาะรุ่นที่ Boncafe นำเข้า ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่เครื่องระดับสำนักงานไปจนถึงเครื่องระดับอุตสาหกรรม บทความนี้จึงรวบรวม 10 รุ่น เครื่องทำกาแฟอัตโนมัติยอดนิยม พร้อมวิเคราะห์ข้อดี ข้อเสีย เพื่อช่วยให้เลือกได้เหมาะกับการใช้งานจริงมากที่สุด

10 อันดับเครื่องทำกาแฟอัตโนมัติยอดนิยม จาก Boncafe

เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ Cafematic H1 (H SERIES) :

เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติขนาดมินิ เหมาะสำหรับบ้าน คอนโด โฮมออฟฟิศขนาดเล็กหรือผู้เริ่มต้นชง

  • รีวิวจากผู้ใช้งานงาน : เป็นรุ่น Entry-level ที่ทำหน้าที่ได้อย่างน่าประทับใจ ตัวเครื่องขนาดกะทัดรัดมาก แต่โดดเด่นด้วยก้านสตรีมนมแยก (Manual Steam Wand) เหมาะสำหรับคนที่ชอบดื่มเอสเพรสโซ แบล็กคอฟฟี่ หรืออยากฝึกเทลาเต้อาร์ตเองที่บ้าน มีระบบการทำงานที่เน้นความเรียบง่าย แต่สกัดรสชาติกาแฟดำออกมาได้เข้มข้นคุ้มราคา
  • ข้อดี : ราคาประหยัดและจับต้องได้ง่ายที่สุดในซีรีส์, ประหยัดพื้นที่จัดวางบนเคาน์เตอร์, ตัวเครื่องทำกาแฟอัตโนมัติดีไซน์มินิมอลสวยงาม เข้ากับเคาน์เตอร์ครัวยุคใหม่
  • ข้อจำกัด : เหมาะสำหรับเมนูกาแฟดำเป็นหลัก หากต้องการทำคาปูชิโนต้องสตรีมนมด้วยตัวเอง

เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ Cafematic H2 (H SERIES) :

ยกระดับความสะดวกสบายด้วยฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์คอกาแฟนมมากยิ่งขึ้น เพราะมีระบบเมนูนมอัตโนมัติในคลิกเดียว

  • รีวิวจากผู้ใช้งานงาน : เป็นรุ่นยอดนิยมประจำบ้านและโฮมออฟฟิศขนาดเล็ก ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาตัวเครื่องทำกาแฟอัตโนมัติทำงานได้เสถียร เพราะมีระบบทำฟองนมอัตโนมัติ (Automatic Milk Frother) ที่พัฒนาขึ้น สามารถสั่งการผ่านหน้าจอสัมผัส ช่วยให้ได้คาปูชิโน่หรือลาเต้ที่สะดวกรวดเร็วและนุ่มนวล
  • ข้อดี : หน้าจอใช้งานง่าย, ชงเมนูที่มีส่วนผสมของนมได้ดีขึ้น (เช่น คาปูชิโน่, ลาเต้) ได้ในปุ่มเดียว (One-Touch), รสชาติกาแฟสกัดได้มาตรฐานสม่ำเสมอ ในราคาที่คุ้มค่า, ตัวเครื่องดูแลรักษาง่ายไม่ซับซ้อน
  • ข้อจำกัด : ถังบรรจุน้ำและโถเมล็ดกาแฟมีขนาดกะทัดรัด ทำให้ต้องเติมน้ำและเทกากกาแฟบ่อยหากชงต่อเนื่องหลายแก้ว อีกทั้งท่อส่งนมและระบบฟองนม ต้องได้รับการล้างทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอทุกวัน เพื่อป้องกันคราบนมฝังลึก

เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ Cafematic H3 (H SERIES) :

เครื่องทำกาแฟอัตโนมัติรุ่นท็อปที่สุดในกลุ่มตระกูล H SERIES ตอบโจทย์ความพรีเมียมในครัวเรือน

  • รีวิวจากผู้ใช้งาน : มอบสัมผัสการใช้งานที่หรูหราขึ้นอย่างชัดเจน หน้าจอสัมผัสและการตอบสนองของระบบภายในทำได้รวดเร็ว เหมาะสำหรับบ้านที่มีสมาชิกหลายคนหรือออฟฟิศขนาดเล็กที่ต้องการความพรีเมี่ยม
  • ข้อดี : ดีไซน์และหน้าจอสวยงามหรูหรา, ปรับตั้งค่าปริมาณและความเข้มข้นของกาแฟได้ยืดหยุ่น, โครงสร้างแข็งแรง, ทำเมนูได้ทั้งร้อนและเย็น
  • ข้อจำกัด : ระบบทำฟองนมจำเป็นต้องได้รับการล้างทำความสะอาดอย่างใส่ใจทุกวันเพื่อป้องกันคราบนมสะสม

เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ Saeco Royal Black :

เครื่องทำกาแฟอัตโนมัติดีไซน์สปอร์ต ดุดัน จากแบรนด์อิตาลีระดับตำนานเพื่อตอบโจทย์คอกาแฟดำโดยเฉพาะ

  • รีวิวจากผู้ใช้งาน : ตระกูล Royal โดดเด่นเรื่องความทนทาน รุ่น Royal Black ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบ Espresso และ Americano โดยเฉพาะ โถใส่เมล็ดและถังน้ำใหญ่สะใจ มอเตอร์เครื่องบดแข็งแรงมาก บดเมล็ดกาแฟคั่วเข้มได้ไม่มีติดขัด สามารถชงกาแฟดำต่อเนื่องยาวๆ ได้สบาย
  • ข้อดี : ถังน้ำจุถึง 2.5 ลิตร โถเมล็ดกาแฟใหญ่ 600 กรัม, ใบมีดบดโลหะแข็งแรงปรับฟันบดได้, หน้าจอไอคอนเสมือนจริงใช้งานง่าย, ระบบทำความร้อน Thermoblock เสถียรมาก, ทนทานสูงและดูแลรักษาง่าย
  • ข้อจำกัด : ไม่มีระบบทำโฟมนมในตัว ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นดื่มลาเต้หรือคาปูชิโน่เป็นหลัก

เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ Saeco Royal Plus :

เครื่องทำกาแฟอัตโนมัติผสานความลงตัวระหว่างความจุขนาดใหญ่และเติมเต็มความต้องการด้วยฟังก์ชั่นการทำฟองนมกึ่งอัตโนมัติ ตอบโจทย์ทั้งกาแฟดำและกาแฟนม

  • รีวิวจากผู้ใช้งาน : เป็นขวัญใจของออฟฟิศขนาดกลาง ตัวเครื่องใช้พื้นฐานความอึดถึกทนเหมือนรุ่น Black แต่เพิ่มความสามารถในการจัดการเมนูนมกึ่งอัตโนมัติเข้ามา ทำให้พนักงานเลือกดื่มเครื่องดื่มได้หลากหลายขึ้น
  • ข้อดี : ฟังก์ชันครบถ้วนในเครื่องเดียว ความจุสูงไม่ต้องคอยเติมวัตถุดิบบ่อยๆ ระหว่างวัน, แผงควบคุมระบบสัมผัสใช้งานสะดวก, รองรับเมนูกาแฟนมได้หลายเมนู
  • ข้อจำกัด : ตัวเครื่องค่อนข้างลึกและมีน้ำหนักพอสมควร ต้องเตรียมพื้นที่วางให้เหมาะสม

เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ Saeco Royal One Touch Cappuccino :

ที่สุดของความสะดวกสบายระดับองค์กร เครื่องทำกาแฟอัตโนมัติที่ชงกาแฟนมได้ในปุ่มเดียว

  • รีวิวจากผู้ใช้งาน : รุ่นนี้ตอบโจทย์คำว่า One Touch ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แค่กดปุ่มเดียว เครื่องจะจ่ายทั้งกาแฟและโฟมนมเนียนนุ่มลงในแก้วทันที ไม่ว่าจะเป็นเมนู คาปูชิโน่หรือลาเต้เนื้อเนียนก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องย้ายแก้ว
  • ข้อดี : ทำเมนูนมและทำโฟมนมได้เนียนละเอียดมากแบบอัตโนมัติได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว, ระบบความร้อนคงที่, เหมาะสำหรับออฟฟิศที่ต้องการความสะดวกขั้นสุด อีกทั้งยังบำรุงรักษาง่ายเพราะมีระบบ Auto-Rinse ล้างหัวจ่ายอัตโนมัติ
  • ข้อจำกัด : ราคาสูงกว่ารุ่นอื่นในตระกูล Royal และต้องล้างทำความสะอาดระบบส่งนมเป็นพิเศษอย่างสม่ำเสมอเพื่อสุขอนามัยที่ดี

เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ Jura E6 (Platinum INTC) :

นวัตกรรมของเครื่องทำกาแฟอัตโนมัติ และการสกัดกาแฟระดับไฮเอนด์ มาตรฐานสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อสุนทรียภาพแห่งรสชาติระดับไฮเอนด์

  • รีวิวจากผู้ใช้งาน : แบรนด์ Jura ขึ้นชื่อเรื่องสุนทรียภาพและเทคโนโลยีการสกัดกาแฟที่ยอดเยี่ยม (P.E.P. – Pulse Extraction Process) รุ่น E6 มอบครีม่า (Crema) ที่เนียนละเอียดและกลิ่นอโรม่าที่ดึงออกมาจากเมล็ดกาแฟได้อย่างสูงสุด รสชาติใกล้เคียงเครื่อง Manual ระดับมืออาชีพมาก
  • ข้อดี : เทคโนโลยีการสกัดกาแฟระดับพรีเมียมให้รสชาติที่ดีเยี่ยม, ดีไซน์เรียบหรู, แข็งแรงทนทานสูง, มีระบบล้างทำความสะอาดได้รับการรับรองมาตรฐานความสะอาด
  • ข้อจำกัด : อุปกรณ์เสริมและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเฉพาะแบรนด์มีราคาสูงกว่าแบรนด์ทั่วไป

เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ Jura E8 (Piano Black INTC) :

เครื่องทำกาแฟอัตโนมัติระดับพรีเมี่ยมที่เป็นที่สุดของความหลากหลาย การันตีคุณภาพกาแฟเสมือนบาริสต้ามืออาชีพ เป็นขวัญใจของ CEO และผู้บริหารทั่วโลก

  • รีวิวจากผู้ใช้งาน : เป็นรุ่นอัปเกรดที่สมบูรณ์แบบที่ขยับความล้ำหน้าขึ้นมาจากรุ่น E6 มีเมนูเครื่องดื่มให้เลือกหลากหลายมากขึ้น หน้าจอสีแสดงผลได้สวยงามคมชัด สามารถปรับแต่งสัดส่วนกาแฟและนมได้อย่างละเอียด เหมาะสำหรับผู้บริหารหรือบ้านที่ต้องการความเป็นที่สุด
  • ข้อดี: เมนูเครื่องดื่มหลากหลาย (รวมถึงเมนูล้ำๆ อย่าง Cortado หรือ Macchiato), หน้าจอสัมผัสสีใช้งานง่ายสุดพรีเมียม, ระบบจัดการนมและระบบทำความสะอาดท่อนมทำได้ง่ายและหมดจดมาก
  • ข้อจำกัด : การลงทุนครั้งแรกค่อนข้างสูง เหมาะสำหรับผู้ที่มีงบประมาณและต้องการความเป็นที่สุด

เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ Cafematic 2 :

เครื่องทำกาแฟอัตโนมัติระดับ Commercial ขนาดกลาง ทรงพลัง สำหรับร้านกาแฟและจุดบริการเครื่องดื่มขององค์กร

  • รีวิวจากผู้ใช้งาน : เป็นเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติระดับพาณิชย์ขนาดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมมาก โดดเด่นด้วยหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่แนวตั้ง ระบบปั๊มน้ำคู่และหม้อต้มคู่ (Dual Pump) ทำให้สามารถสกัดกาแฟและทำโฟมนมพร้อมกันได้อย่างรวดเร็ว รองรับการทำกาแฟได้ต่อเนื่องไม่มีสะดุด
  • ข้อดี : จอสัมผัสขนาดใหญ่ปรับแต่งเมนูได้มากกว่า 30 เมนู, จานบดเซรามิกทนทานบดเมล็ดกาแฟได้ถึง 500 กิโลกรัม, ถังน้ำใหญ่ 8 ลิตรและโถกาแฟ 1,000 กรัม มีระบบล้างท่อนมอัตโนมัติโดยไม่ต้องสัมผัส
  • ข้อจำกัด : ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่และหนักถึง 18 กิโลกรัม ไม่เหมาะสำหรับห้องครัวขนาดเล็กหรือการย้ายจุดบ่อยๆ

เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ Cafematic 5 Plus MDB :

ขีดสุดของเทคโนโลยีอัจฉริยะของเครื่องทำกาแฟอัตโนมัติ สำหรับองค์กรใหญ่และธุรกิจยุคใหม่ รองรับระบบชำระเงิน

  • รีวิวจากผู้ใช้งาน : รุ่นนี้ก้าวข้ามการเป็นแค่เครื่องชงกาแฟทั่วไป เพราะมีพอร์ต MDB (MDB Port) ที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบจ่ายเงินอิเล็กทรอนิกส์หรือระบบหยอดเหรียญได้ โครงสร้างภายในเป็นสเปกหนัก หม้อต้มคู่ ถังใส่เมล็ดกาแฟคู่จุรวมถึง 2.4 กิโลกรัม (Self-Service) เหมาะอย่างยิ่งสำหรับโรงอาหารออฟฟิศขนาดใหญ่ หรือจุดบริการตนเอง (Self-Service)
  • ข้อดี : ถังจุขนาดใหญ่พิเศษลดภาระการดูแล, รองรับการเชื่อมต่อระบบชำระเงินเพื่อต่อยอดธุรกิจ, มีหน้าจอสัมผัสสามารถใส่โฆษณาวิดีโอได้, โครงสร้างภายในทนทานรองรับงานหนัก, ควบคุมมาตรฐานรสชาติได้คงที่
  • ข้อจำกัด : ฟังก์ชั่นและระบบซับซ้อนเกินไปสำหรับการใช้งานในบ้านทั่วไป มีขนาดใหญ่ และต้องการการเซ็ตอัพระบบโดยช่างผู้เชี่ยวชาญในช่วงแรก

แนวทางการเลือกซื้อเครื่องทำกาแฟอัตโนมัติให้คุ้มค่ากับเงินที่จ่าย

หลังจากผ่านการทดสอบและรีวิวเชิงลึกมาครบ 1 ปีเต็ม สรุปได้ว่าการเลือกเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ ไม่มีคำว่ารุ่นที่ดีที่สุด มีแต่คำว่ารุ่นที่ตอบโจทย์คุณที่สุด! เช่น

  • สำหรับใช้งานในบ้าน/โฮมออฟฟิศขนาดเล็ก (เน้นความคุ้มค่า พื้นที่จำกัด) : ซีรีส์ Cafematic H1, H2, H3 คือคำตอบที่ชาญฉลาด ให้รสชาติกาแฟสดที่ดีในงบประมาณที่เริ่มต้นเพียงหลักหมื่นบาท
  • สำหรับออฟฟิศขนาดกลาง/องค์กร (เน้นความทนทาน ปริมาณการชงต่อเนื่อง) : เครื่องทำกาแฟอัตโนมัติตระกูล Saeco Royal (Black / Plus / One Touch) จะให้ความถึกทน บรรจุน้ำและเมล็ดกาแฟได้มาก ช่วยลดภาระของพนักงานในการดูแลระหว่างวัน
  • สำหรับผู้ที่เน้นสุนทรียภาพแห่งรสชาติระดับพรีเมียม (งบประมาณไม่ใช่ปัญหา) : Jura E6 และ E8 คือความสมบูรณ์แบบที่จะมอบรสชาติและภาพลักษณ์ระดับลักชัวรีให้แก่คุณ
  • สำหรับเชิงพาณิชย์/ร้านค้า/จุดบริการตนเอง : Cafematic 2 หรือ Cafematic 5 Plus MDB คือเครื่องมือทำเงินที่จะช่วยควบคุมมาตรฐานรสชาติกาแฟให้คงที่ในทุกๆ แก้ว โดยไม่ต้องพึ่งพาบาริสต้า

สิ่งสำคัญที่สุดคือ การเลือกเครื่องให้เหมาะกับปริมาณการใช้งานจริงมากกว่าดูแค่ราคา เพราะเครื่องทำกาแฟอัตโนมัติเป็นการลงทุนระยะยาวที่ส่งผลต่อคุณภาพกาแฟทุกแก้ว ฉะนั้น การลงทุนกับเครื่องชงกาแฟคุณภาพสูงสักเครื่อง พร้อมบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐานจากผู้เชี่ยวชาญอย่าง Boncafe ไม่เพียงแต่จะช่วยประหยัดค่ากาแฟรายวันในระยะยาวเท่านั้น แต่ยังเป็นการซื้อเวลาและความสุขในการดื่มกาแฟสดรสเลิศได้ง่ายๆ ในทุกๆ วัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คำตอบ: การดูแลรักษาไม่ยากอย่างที่คิด แต่จำเป็นต้องทำอย่างสม่ำเสมอ โดยแบ่งเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ

  • ทุกวัน : ควรเทกากกาแฟ ล้างถาดรองน้ำทิ้ง และถ้าเป็นรุ่นที่ทำเมนูนม (เช่น Cafematic H2 หรือ Saeco Royal One Touch) จำเป็นต้องล้างระบบท่อนมทุกวันเพื่อป้องกันคราบนมบูดและแบคทีเรีย
  • ทุกสัปดาห์ : ถอดชุดชง (Brewing Group) ออกมาล้างน้ำเปล่าเพื่อเอาเศษผงกาแฟที่ค้างอยู่ออก (ในรุ่นที่ถอดได้)
  • ทุก 1-3 เดือน : ทำโปรแกรมล้างคราบตะกรัน (Descaling) และล้างคราบไขมันกาแฟโดยใช้เม็ดยาทำความสะอาดเฉพาะทาง ตามรอบที่ตัวเครื่องแจ้งเตือน

คำตอบ: หากเปรียบเทียบกันตรงๆ เครื่องระดับท็อปอย่าง Jura หรือ Cafematic 2 สามารถสกัดกาแฟ (Espresso Shot) ได้ใกล้เคียงกับเครื่องชงตามร้านกาแฟถึง 85-90% เลย เนื่องจากมีแรงดันปั๊มน้ำที่สูงและระบบควบคุมอุณหภูมิที่แม่นยำ จุดต่างสำคัญจะอยู่ที่ความเสถียร ซึ่งเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติจะชนะตรงที่ทุกแก้วจะรสชาติเหมือนกัน 100% ไม่ว่าใครจะเป็นคนกดปุ่ม ในขณะที่เครื่องชงแบบ Manual รสชาติอาจเปลี่ยนไปตามฝีมือและการกดน้ำหนัก (Tamping) ของบาริสต้าในวันนั้นๆ

ไม่ว่าคุณจะเลือกแบบไหน สิ่งสำคัญคือการเลือกซื้อจากผู้แทนจำหน่ายที่เป็นทางการอย่าง บริษัท บอนกาแฟ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับประกันศูนย์ไทย 1 ปีเต็ม พร้อมบริการหลังการขายและการดูแลรักษาเครื่องอย่างมืออาชีพ เพราะเราคือผู้นำธุรกิจกาแฟแบบครบวงจรในประเทศไทยมายาวนานกว่า 30 ปี ในฐานะผู้ให้บริการและจัดจำหน่ายเครื่องทำกาแฟอัตโนมัติ เมล็ดกาแฟคุณภาพเยี่ยม และวัตถุดิบเครื่องดื่มแบรนด์ชั้นนำระดับสากล พร้อมทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมดูแลและส่งมอบบริการหลังการขายอย่างมืออาชีพ เพื่อให้ทุกแก้วกาแฟของคุณเป็นแก้วที่สมบูรณ์แบบที่สุด

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
บริษัท บอนกาแฟ (ประเทศไทย) จำกัด

ชั้น 21 อาคารเมืองไทย-ภัทร ตึก 2,
252/110-111, 107, 114
ถนนรัชดาภิเษก ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310

เปิดทำการ : วันจันทร์-เสาร์ เวลา 09.00 – 18.00 น.
หยุด : ทุกวันอาทิตย์และวันนักขัตฤกษ์
เขตพื้นที่การขาย กรุงเทพมหานคร

[email protected]
โทร : 0 2693 2570-6
Fax : 0 2693 2579

เครื่องทำกาแฟ Modbar Espresso Coffee Machine

MODBAR ESPRESSO AV

Less is More เรียบง่าย แต่ได้มากกว่า

Copyright © 2020 Boncafe (Thailand)
Close Menu
×

Cart

Subscription

ลงทะเบียนเพื่อรับนิตยสาร bitter/sweet รูปแบบ e-magazine

รับข่าวสารโปรโมชั่นและอัพเดทกิจกรรมพิเศษจาก บอนกาแฟ ก่อนใคร